การศึกษาการใช้น้ำและระบบชลประทานเพื่อการเกษตรในพื้นที่โครงการโดยใช้โปรแกรม CROPWAT ในเขตพัฒนาที่ดิน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

บทคัดย่อ

การศึกษาเพื่อประเมินปริมาณน้ำ ความต้องการการใช้น้ำ และรอบการให้น้ำชลประทานสำหรับพืชปลูกบนชุดดินต่างๆ ในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาที่ดิน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จากโปรแกรม CROPWAT โดยใช้ข้อมูลพืช ข้อมูลดิน และข้อมูลภูมิอากาศเฉลี่ย 10 ปี (2540-2549) ร่วมกับข้อมูลการจัดการการส่งน้ำในปี 2550 โดยพื้นที่เขตพัฒนาที่ดิน ต.หนองงูเหลือม อ.เมือง จ.นครปฐม มีพื้นที่ทั้งหมด 15,504 ไร่ ประกอบด้วย 4 ชุดดิน คือ ชุดดินนครปฐม (Np) ชุดดินราชบุรี (Rb) ชุดดินกำแพงแสน (Ks) และชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียว (Ks/c-sub) มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อปลูกพืชรวม 13,448 ไร่ แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกพืชออกเป็น 7 ประเภทพืชปลูก คือ อ้อย พืชผัก ไม้ผล นาข้าว ข้าวโพด พืชสวนผสม และไม้ยืนต้น และพื้นที่การใช้ประโยชน์อื่นๆ 2,056 ไร่ และมีปริมาณฝนตกในพื้นที่ 1,025.60 มิลลิเมตร เป็นปริมาณฝนที่ใช้ได้จริง 795.20 มิลลิเมตร

พื้นที่ปลูกอ้อยบนชุดดินกำแพงแสนมีเนื้อที่ 6,418 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 810.07 มิลลิเมตรต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 467.80 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่อ้อยต้องการ 4,803,744.64 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกอ้อยบนชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียวมีเนื้อที่ 1,201.6 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 572.0 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 751.00 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่อ้อยต้องการ 2,316,684.80 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูกาลในพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดเป็น 7,120,429.44 ลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ปลูกพืชผักบนชุดดินกำแพงแสนมีเนื้อที่ 2,799 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 1.8 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 1,197.60 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่พืชผักต้องการ 5,363,331.84 ลูกบาศก์เมตร โดยพื้นที่ปลูกพืชผักที่ปลูกบนชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียวมีเนื้อที่ปลูก 589 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 1.80 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 1,199.40 มิลลิเมตร คิดเป็น 1,130,314.56 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกบนชุดดินราชบุรีมีเนื้อที่ 4 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 1.80 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 1,209.00 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่พืชผักต้องการ 7,737.60 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูกาลในพื้นที่ปลูกพืชผักเป็น 6,501,384 ลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ปลูกไม้ผลบนชุดดินกำแพงแสนมีเนื้อที่ 755 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 251.10 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 1,336.50 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ไม้ผลต้องการ 1,614,492 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกบนชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียวมีเนื้อที่ปลูก 143 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 234.20 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 1,352.20 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ไม้ผลต้องการ 309,383.36 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูกาลในพื้นที่ปลูกไม้ผลเป็น 1,923,875.36 ลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ปลูกข้าวบนชุดดินนครปฐมมีเนื้อที่ 124 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 12.00 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 681.70 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ข้าวต้องการ1,35,249.28 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกบนชุดดินราชบุรีมีพื้นเนื้อที่ 216 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 8.00 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 672.50 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ข้าวต้องการ 232,416 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูปลูกในพื้นที่ปลูกข้าวเป็น 367,665.28 ลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ปลูกข้าวโพดบนชุดดินกำแพงแสน มีเนื้อที่ 158 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 182.70 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 345.2 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ข้าวโพดต้องการ 87,266.56 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกบนชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียวมีเนื้อที่ 41 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 179.80 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 348.9 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ข้าวโพดต้องการ 22,887.84 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูปลูกในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเป็น 110,154.40 ลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ปลูกพืชสวนผสมบนชุดดินกำแพงแสนมีเนื้อที่ 12 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 770.58 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 667.6 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่พืชสวนผสมต้องการ 12,817.92 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกบนชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียวมีเนื้อที่ 152 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 770.58 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 659.5 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่พืชสวนผสมต้องการ 160,390.40 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูกาลในพื้นที่ปลูกพืชสวนผสมเป็น 173,208.32 ลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นบนชุดดินกำแพงแสนมีเนื้อที่ 82 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 771.3 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 694.4 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ไม้ยืนต้นต้องการ 91,105.28 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ปลูกบนชุดดินกำแพงแสนที่มีเนื้อดินล่างเป็นดินเหนียวมีเนื้อที่ 27 ไร่ มีปริมาณฝนที่สามารถใช้ได้ 627.1 มิลลิเมตร ต้องการน้ำชลประทานเพิ่มตลอดฤดูเป็นปริมาณ 828.6 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำที่ไม้ยืนต้นต้องการ 35,795.52 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำชลประทานที่ต้องให้เพิ่มตลอดฤดูกาลในพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นเป็น 126,900.80 ลูกบาศก์เมตร

พืชทั้ง 7 ชนิด ที่ปลูกมีปริมาณความต้องการการใช้น้ำรวมตลอดปี 12,411.90 มิลลิเมตร คิดเป็นรวมเป็น 16,323,617.60 ลูกบาศก์เมตรต่อพื้นที่ปลูกทั้งหมด ซึ่งปริมาณน้ำที่ผ่านเข้าคลองชลประทานใน 1 รอบปี คิดเป็น 139,449,600 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าความต้องการการใช้น้ำในพื้นที่ฯ เพื่อการเกษตรในพื้นที่อยู่ 123,125,982.40 ลูกบาศก์เมตร

เรื่องเต็ม การศึกษาการใช้น้ำและระบบชลประทานเพื่อการเกษตรในพื้นที่โครงการโดยใช้โปรแกรม CROPWAT  ในเขตพัฒนาที่ดิน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: